ด้วยการใช้กิจกรรมบทบาทสมมติ

กิจกรรมการเล่นบทบาทสมมติ (Role Play) เป็นกิจกรรมหนึ่งที่เปิดโอกาสให้เด็กๆได้แสดงออกทางอารมณ์ ทางจินตนาการและใช้ความรู้สึกนึกคิดอย่างเต็มที่โดยผ่านบทบาทต่าง ๆ ของตัวละครที่คุณพ่อคุณแม่และลูกได้ร่วมกันคิดและสร้างขึ้นมา คุณพ่อคุณแม่สามารถนำกิจกรรมบทบาทสมมติมาใช้เล่นกับลูกได้อย่างง่าย ๆ เพราะเป็นกิจกรรมที่ไม่ต้องลงทุนหรือใช้อุปกรณ์อะไรเลย เพียงแต่สมมติบทบาทต่าง ๆ ขึ้นมาแสดงเล่นร่วมกันเท่านั้นเอง เช่น เล่นสมมติว่าคุณพ่อเป็นเจ้าชาย คุณแม่เป็นเจ้าหญิง ลูกเป็นนางฟ้า เป็นเทวดา หรือสวมบทบาทเป็นบุคคลในอาชีพต่างๆ เช่น คุณครู คุณหมอ พยาบาล ทหาร ตำรวจ นักบินอวกาศ หรือแม้กระทั่งสมมติว่าเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ เช่น นก กระต่าย แมว ปลา เมื่อคุณพ่อคุณแม่และลูกได้กำหนดตัวละครขึ้นมาตามใจชอบแล้วก็สามารถแต่งเรื่องราวให้สอดคล้องกับตัวละครนั้นได้ตามจินตนาการของทุกๆคน หรือไม่เช่นนั้นอาจนำตัวละครและเรื่องราวจากนิทานที่เด็ก ๆ รู้จักกันดีมาใช้เล่นกันก็ได้ เช่น ซินเดอเรลล่า เจ้าชายกบ กระต่ายกับเต่า เด็กเลี้ยงแกะ

กิจกรรมการเล่นบทบาทสมมติเป็นกิจกรรมที่เด็ก ๆ ชอบเล่นเพราะสนุกและผ่อนคลาย แต่มิใช่ว่าจะมีประโยชน์เพียงเท่านี้เพราะกิจกรรมการเล่นบทบาทสมมติยังมีประโยชน์ต่อพัฒนาการของเด็ก ๆ หลายทางด้วย ดังนี้

1. ด้านร่างกาย ในการเล่นบทบาทสมมติ เด็กๆจะต้องเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทของตัวละครที่ได้รับ เช่น หากแสดงบทบาทเป็นนกก็ต้องทำท่ากางแขนกระพือปีกบิน หากเล่นเป็นแมวก็ต้องคลานสี่ขา หรือต้องกระโดดเหมือนกบ ว่ายน้ำเหมือนปลา เดินแบบทหาร ซึ่งการที่เด็กต้องทำท่าทางและเคลื่อนไหวร่างกายเช่นนี้จะช่วยให้เด็กได้ใช้อวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนากล้ามเนื้อเล็กและกล้ามเนื้อใหญ่ให้ทำงานสัมพันธ์กันได้ดีและฝึกการใช้พละกำลังอีกด้วย

2. ด้านอารมณ์ เด็กในช่วงวัย3-6ปีเป็นวัยที่ชอบแสดงออกทางความรู้สึก เช่น เวลาดีใจหรือมีความสุขสนุกสนานก็จะกระโดดโลดเต้นหรือหัวเราะ แต่หากเวลาเสียใจหรือโดนขัดใจก็จะร้องไห้เสียงดัง กิจกรรมการเล่นบทบาทสมมติเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กได้แสดงออกทางด้านอารมณ์ของตนเองอย่างเต็มที่ เช่น หากเล่นเป็นตัวตลกก็ต้องทำท่าทางให้ตลกและหัวเราะอารมณ์ดี นอกจากนี้กิจกรรมการเล่นบทบาทสมมติยังช่วยให้เด็กๆเป็นคนละเอียดอ่อน มีความเข้าใจในความรู้สึกของผู้อื่นจากการที่เด็กๆได้แสดงบทบาทสมมตินั้น เช่น หากเล่นเป็นนกที่ถูกคนจับมาขังกรง เขาจะเข้าใจความรู้สึกของการถูกกักขังว่าทำให้ไม่มีอิสรภาพ เขาก็จะเรียนรู้ที่จะไม่จับเอานกมาขังกรง การแสดงบทบาทสมมตินี้จึงช่วยให้เด็กมองเห็นปัญหาที่คนอื่นเผชิญ ซึ่งจะทำให้เขามีความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากยิ่งขึ้น

3. ด้านสังคม กิจกรรมการเล่นบทบาทสมมติ เป็นกิจกรรมกลุ่มที่ช่วยพัฒนาทักษะทางด้านสังคมของเด็กได้อย่างดีมากทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่เด็กต้องเรียนรู้ที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้อื่น เรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกัน รู้จักปรับตัวเข้าหากัน ฝึกการเป็นผู้นำผู้ตาม การยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างและการเข้าใจบทบาทของตนเองและผู้อื่นโดยที่ไม่ไปก้าวก่ายในบทบาทของกันและกัน นอกจากนี้ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เกิดความรักและสามัคคีในหมู่คณะด้วย

4. ด้านสติปัญญา กิจกรรมบทบาทสมมติช่วยพัฒนาทางด้านสติปัญญาได้หลายด้าน ดังนี้

– ความคิดสร้างสรรค์ กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์โดยตรงจากการที่เด็กๆได้คิดและเลือกสรรตัวละครและเรื่องราวหรือเนื้อหาของการแสดงที่หลากหลาย รวมถึงการได้คิดสรรค์สร้างท่าทางหรือลักษณะต่างๆของตัวละครตามบทบาทที่วางไว้ด้วยตนเอง เช่น หากเล่นเป็นตำรวจจราจร ก็คิดทำท่าทางโบกไม้โบกมือเป็นสัญลักษณ์ให้รถจอดหรือให้รถแล่นไปหรือทำท่าเป่านกหวีด หากเล่นเป็นต้นไม้ก็อาจจะทำแขนกางออกเป็นกิ่งไม้และขยับขึ้นลงเหมือนเมื่อเวลาลมพัดกิ่งไม้ก็จะไหวไปตามแรงลม ซึ่งในการคิดสร้างสรรค์ท่าทางนี้เด็กๆสามารถใช้จินตนาการอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องคำนึงถึงรูปแบบที่ถูกต้องก็ได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต้องถือว่าเด็กๆได้ใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่จริงๆ

– ความจำ การที่เด็กๆจะสวมบทบาทเป็นตัวละครต่างๆ จำต้องจดจำบทบาทของตัวละครนั้นๆให้ได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกภาพ ท่าทางการเคลื่อนไหว การใช้เสียงหรือบทพูดของตัวละครนั้นๆ ซึ่งถือเป็นการช่วยฝึกพัฒนาการทางด้านความจำให้กับเด็กๆได้เป็นอย่างดี

– ภาษา การเล่นบทบาทสมมติเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นกับตัวละครที่เล่นด้วยกันเองหรือกับผู้ชม จึงช่วยพัฒนาการเรียนรู้ด้านภาษาให้กับเด็ก ๆได้อย่างเต็มที่ เด็กๆสามารถเรียนรู้คำราชาศัพท์ หากเล่นเป็นเจ้าหญิงหรือเจ้าชาย สามารถเรียนรู้ศัพท์ทางการแพทย์ง่าย ๆ หากเล่นเป็นคุณหมอหรือพยาบาล หรือสามารถเรียนรู้ภาษาต่างประเทศจากบทพูดของตัวละครที่เป็นคนต่างชาติหรือจากเพลงที่ต้องร้องประกอบการแสดง และนอกจากเด็กๆจะฝึกเรียนรู้ภาษาพูดแล้ว ยังสามารถฝึกเรียนรู้ภาษาที่แสดงออกทางร่างกายได้อย่างดีด้วย เช่น การสื่อสารผ่านท่าทางการเคลื่อนไหวต่างๆหรือการแสดงออกทางใบหน้า เช่น ยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ ดีใจ เสียใจ ร่าเริง ซึมเศร้า

จากที่กล่าวมาจะเห็นว่ากิจกรรมบทบาทสมมติ เป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อเด็ก ๆ มาก เพราะนอกจากจะทำให้เด็ก ๆ อารมณ์ดีมีความสุขแล้ว ยังช่วยพัฒนาศักยภาพของเด็กในหลาย ๆ ด้านด้วย ดังนั้นหากคุณพ่อคุณแม่มีเวลาเพียงวันละนิดวันละหน่อยลองชักชวนลูก ๆ มาเล่นบทบาทสมมติกัน รับรองว่าคุณพ่อคุณแม่จะไม่พลาดที่จะได้ยินเสียงหัวเราะใสๆของเจ้าตัวเล็กอย่างแน่นอน

ที่มา: หนังสือพิมพ์ ASTVผู้จัดการ