เทคนิคการพัฒนาสมองลูกน้อย สิ่งที่สำคัญคือ การดูแลจากทางครอบครัว เพื่อพัฒนาลูกน้อยไม่ใช่เพียงแค่ IQ แต่ต้องพัฒนาถึง EQ ด้วย

ที่มารูปภาพ http://www.ababycare.com

สมองของคนเราแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ

ซีกซ้ายควบคุมการทำงานของร่างกายด้านขวา และควบคุมความสามารถในการใช้ภาษา ฟัง พูด อ่าน เขียน และการคิดเชิงวิเคราะห์

ซีกขวาควบคุมการทำงานของร่างกายด้านซ้าย และความสามารถทางศิลปะ และจินตนาการ

ดังนั้น การพัฒนาลูกน้อย ควรเสริมสร้างทักษะให้ลูกน้อยจากหลายๆทาง ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ การละเล่น การเลียนแบบ ทุกสิ่งเป็นส่วนช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็กๆทั้งสิ้น เพราะเด็กเหมือนผ้าขาว เมื่อเราเติมสีอะไรให้เขาเขาก็มีแนวโน้มที่จะเก็บข้อมูลเหล่านั้นไว้ ในการใช้งานต่อไป ดังนั้นเราควรพัฒนาลูกน้อยตั้งแต่ยังเยาว์วัยทั้งด้านสมองและอารมณ์โดยเริ่มจาก

ฝึกสมองให้ไว ใช้การเพิ่มทักษะ ฝึกการเล่นของลูกน้อย เช่น เล่นกีฬา เล่นเกมส์ ตัวต่อ เกมส์ที่ใช้ความคิด แต่เด็กในวัยเล็กมากยังไม่แนะนำให้เล่นผ่านคอมพิวเตอร์หรือแท๊บเล็ด

ฝึกให้เด็กมีสมาธิที่ดี ไม่มีความจำเป็นต้องบังคับเด็กให้นั่งสมาธิ การฝึกสมาธิอาจเริ่มจาก การให้เด็กๆ จดจ่อกับสิ่งที่ทำได้นานๆ หรือ อาจเริ่มจาก สอนให้เด็กสวดมนต์ โดยที่พ่อแม่เป็นตัวอย่างที่ดี ทำให้ลูกเห็นก่อน คุณพ่อคุณแม่อาจสวดมนต์นั่งสมาธิให้ลูกดู จะเป็นตัวอย่างที่ดีมาก เด็กก็จะทำตาม หรืออาจมาถามด้วยความสนใจ ถึงตอนนั้นเราก็จะมีโอกาสสอนลูกให้ทำตามได้ง่ายๆ หรือจะเปิดธรรมะ ง่ายๆ สำหรับเด็ก ให้ลูกฟังเล่นๆไปเรื่อยๆก็เป็นแนวทางที่ง่ายต่อการฝึกสมาธิของลูกน้อย

มีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำ ไม่ควรบังคับเด็ก เด็กๆจะชอบทำอะไรที่ตัวเองสนใจ ถ้าอยากให้เขาเรียนรู้อะไร ต้องให้เขาสนใจก่อน ถ้าเด็กติดเกมส์อะไรมากควรกำหนดเวลาไว้ เพื่อจะได้หัดทำอะไรตามเวลาและสอนให้เด็กรู้จักเก็บของให้เรียบร้อยหลังจากเล่นแล้ว โดยที่เก็บให้เด็กดูเป็นตัวอย่างที่ดี แต่ไม่ใช้ทำให้ทุกครั้ง

รักการเรียนรู้ สอนให้เด็กเป็นคนช่างสังเกตุ สนใจการเรียนรู้ ฝึกให้รักการอ่าน ต้องค่อยๆสอนโดยที่ไม่บังคับเด็ก

ฝึกความมั่นใจให้ลูกน้อย การฝึกความมั่นใจต้องเริ่มจากให้เด็กรู้จักเข้าสังคม กล้าคิดกล้าแสดงออก เวลาเด็กตั้งคำถามไม่ควรดุว่า เพราะเด็กจะไม่กล้าถามอีก

นอกจากนี้แล้ว การสอนให้ลูกเป็นคนดี อยู่ในศีลธรรม วิธีง่ายๆคือทำตัวเองให้เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเด็ก เมื่อเด็กโตขึ้นจะไม่เป็นปัญหาและภาระของคุณและครอบครัว

บทความโดย Plearnkid.com